02 136 9613Open Daily : 10.00-20.00
LUXURY Q FACE

LUXURY Q FACE

เลเซอร์ Q-switch Nd : YAG แสงเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่น 1064 นาโนเมตร ที่จะปล่อยความร้อน เพื่อรักษาฝ้า กระลึก และความผิดปกติของเม็ดสี (Pigment) ในชั้นหนังแท้สามารถล็อคเป้าหมายเฉพาะบริเวณเม็ดสี แล้วตรงเข้าทำลายเมลานินให้แตกตัว สลายไปตามธรรมชาติ จนทำให้เกิดรอยหมองคลํ้า กระลึก ฝ้า ปาน ค่อยๆ จางลง อย่างไม่ทำร้ายผิวจนสีผิวกลับมาเรียบเนียนสมํ่าเสมอ พร้อมช่วยทำให้โครงสร้างผิวแข็งแรงขึ้น แลดูอ่อนเยาว์กระจ่างใสกว่าเดิม กระตุ้นการสร้างคลอลาเจนเม็ดสีและจุดด่างดำดูจางลง ผิวหน้านุ่มขึ้น ผิวกระจ่างใสมีออร่า ริ้วรอยเล็กๆลดลง

Helios II เป็นเครื่องเลเซอร์ประเภท  Q-Switched Nd:YAG  ซึ่งใช้เทคโนโลยีชนิดพิเศษที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของบริษัท LASEROPTEK ทำให้ลดผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการรักษาด้วย Q-Switched Nd:YAG Laser แบบเดิมๆ ทั้งยังมีเทคโนโลยี  Fractional โดยใช้  DOE Lens ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาฝ้า และความผิดปกติของเม็ดสีชั้นลึกโดยที่ผลข้างเคียงน้อยกว่าวิธียิงแบบปกติ
โดยตัวเครื่องสามารถผลิตแสงเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่น 1064 นาโนเมตร ที่มีประสิทธิภาพในการรักษาฝ้า กระลึก รอยสักสีเข้ม และรอยโรคที่มีความผิดปกติของเม็ดสี (Pigment) ในชั้นหนังแท้ และแสงเลเซอร์ความยาวคลื่น 532  นาโนเมตร ซึ่งมีประสิทธิภาพในการรักษารอยสักสีแดง และรอยโรคที่มีความผิดปกติของเม็ดสี (Pigment) ที่ผิวหนังชั้นตื้น
q-switch
Helios II เป็นเทคโนโลยีเลเซอร์ที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) นานาประเทศทั่วโลกทั้งในสหรัฐอเมริกา (US FDA) ยุโรป (CE) เกาหลี (KFDA) และไทย (Thai FDA) จึงถือว่าเป็นเครื่องเลเซอร์ที่ได้มาตรฐานสูงสุด และเป็นที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลายในยุโรปและอเมริกา ว่ามีประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการรักษาสูง นอกจากนี้ยังมีผลการรักษาทางคลินิกอีกมากมายที่ยืนยันถึงผลการรักษาของ Helios II
Helios II ถูกพัฒนาให้ส่งลำแสงผ่าน “Cell Lens” ทำให้ลำแสงเลเซอร์มีพลังงานเท่ากันทั่วทั้งพื้นที่หน้าตัดของลำเแสงจึงไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานที่สูงมาก ช่วยให้ประสิทธิภาพของการรักษาเพิ่มขึ้น ทั้งยังลดการเกิดจุดเลือดออก (Pin Point Bleeding) และลดผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้น นอกจากนี้เครื่อง Helios II ยังมี “DOE Technology” ที่ทำให้ลำแสงเลเซอร์ที่ปล่อยออกมา อยู่ในรูปแบบของ “Fractional Q-Switched Nd:YAG Laser” โดยออกแบบมาเพื่อรักษาความผิดปกติของเม็ดสีเมลานินในผิวหนังชั้นลึก ลดผลข้างเคียงและลดระยะเวลาฟื้นฟูผิว
Helios II เป็นเครื่องสำหรับรักษาความผิดปกติของเม็ดสีในผิวหนังชั้นลึกและตื้นจึงเหมาะสำหรับ

  • ปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอยิ่งขึ้น
  • รักษาความผิดปกติของเม็ดสี เช่น กระ จุดด่างดำ
  • กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน
  • ลบรอยสัก สีเข้ม เช่น สีดำ แดง ฟ้า เขียว สีน้ำเงิน
  • รักษาฝ้า กระลึก ปานดำ ปานน้ำตาล
  • ลดปัญหารูขุมขนกว้าง
  • ลดเลือนริ้วรอยและเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผิว
  • ริมฝีปากคล้ำ
  • หัวนมชมพู

Helios II เป็นเครื่องเลเซอร์ที่มีการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพ และความปลอดภัยสูงมาก ขณะที่รับการรักษาจะรู้สึกอุ่นๆ และจะรู้สึกดีดๆ เล็กน้อยที่ผิวบริเวณที่มีความผิดปกติของเม็ดสี ถ้าหากทำการลบรอยสักต้องมีการใช้ยาชาเฉพาะที่ และหลังเข้ารับการรักษาอาจมีอาการแสบร้อนผิวบริเวณที่ทำการรักษา ซึ่งจะค่อยๆ บรรเทาลงภายใน 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง

  • ภายหลังการรักษาหากรู้สึกแสบร้อนที่ผิว ควรประคบเย็นไว้ก่อนจนอาการแสบร้อนบรรเทาลง
  • แนะนำให้ทาครีมบำรุงผิว มอยเจอร์ไรเซอร์ และครีมกันแดดที่มีค่า SPF ตั้งแต่30 ขึ้นไป
  • แนะนำให้หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดๆ
  • หากบริเวณที่ทำการรักษามีสะเก็ด ควรทาครีมบำรุงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น จะช่วยให้สะเก็ดหลุดออกได้ง่ายและเร็วขึ้น และไม่ควรแกะหรือเกาบริเวณที่เป็นสะเก็ด

Helios II เป็นเลเซอร์ที่มีความปลอดภัยสูง โดยทั่วไปจะไม่รู้สึกเจ็บ หรืออาจรู้สึกดีดๆที่ผิวเบาๆ ระหว่างการรักษาและภายหลังการรักษาผิวหน้าอาจจะชมพูระเรื่อเล็กน้อย แต่จะหายไปได้เองหลังจากนั้น โดยปกติการรักษาปัญหาเม็ดสีส่วนเกิน เช่น ฝ้า กระ จุดด่างดำ ที่เป็นปัญหาของคุณ จะจางลงหลังทำการรักษาด้วย Helios II อย่างต่อเนื่องประมาณ 4-5 ครั้ง โดยจำนวนการรักษาจะขึ้นอยู่กับสภาพผิวและความลึกตื้นของเม็ดสี ฝ้า กระ ของแต่ละบุคคลเป็นหลัก ส่วนปัญหารอยดำ รอยแดงสิว จะรู้สึกได้ตั้งแต่ครั้งแรกอย่างชัดเจน และรักษาอย่างต่อเนื่องจะช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิว ช่วยกระตุ้นการสร้างเส้นใยคอลลาเจนให้ผิวกลับมาดูอ่อนเยาว์ และผิวจะค่อยๆ ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การรักษาความผิดปกติของเม็ดสีเมลานินใต้ผิว แบ่งเป็น 3 รูปแบบ คือ ความผิดปกติที่เกิดขึ้นในผิวชั้นตื้น (Epidermal pigmented lesion) ชั้นลึก (Dermal pigmented lesion) และที่เกิดขึ้นผสมกันทั้งผิวชั้นตื้นและลึก (Mixed type) จำนวนครั้งของการรักษาขึ้นอยู่กับความเข้มและความลึกของรอยโรค และขึ้นอยู่กับการดูแลผิวภายหลังการเข้ารับการรักษาซึ่งแพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยก่อนทำการรักษา