02 136 9613Open Daily : 10.00-20.00
LUXURY UNDERARM SWEATING

LUXURY UNDERARM SWEATING

ลดเหงื่อ ลดกลิ่น เมื่อเหงื่อและกลิ่นที่มากเกินไปเป็นปัญหาที่สร้างความกังวลใจไม่เพียงเฉพาะแค่คุณ เพราะรวมถึงบรรดาคนรอบข้างของคุณ Luxury มีขั้นตอนการรักษาด้วย Botulinum ลดเหงื่อ *เป็นการฉีด Botulinum เข้าไปยับยั้งการทำงานของสารสื่อ ประสาทที่กระตุ้นการสร้างเหงื่อและยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณต่อมเหงื่อ ซึ่งมีผลอยู่นาน 6 เดือน จะเห็นผลหลังทำ 2 สัปดาห์
กลิ่นตัว เป็นปัญหาใหญ่ในการเข้าสังคมมาก เพราะนอกจากจะเป็นที่รังเกียจแล้ว ยังทำให้ตนเองขาดความมั่นใจ ทั้งยังทำให้บุคลิกภาพเสีย หน้าตาดีกลิ่นตัวโชย คงไม่มีใครอยากถวิลหานัก ดังนั้นคุณต้องหมั่นดูแลและสำรวจตัวเองเสมอว่า คุณมีกลิ่นตัวหรือไม่ ถ้ามีจะได้รีบ ๆ แก้ไข เพราะจะรอให้คนอื่นเค้ามาบอกคงยาก เพราะไม่มีใครอยากจะใครนักหรอก ดังนั้น นอกจากสำรวจตัวเองแล้วว่าคุณมีเหงื่อออกมากผิดปกติหรือไม่ และมีกลิ่นตัวหรือเปล่า

ลดเหงื่อ ลดกลิ่นตัวด้วย Botulinum
ปัญหากลิ่นตัวแรงเกิดได้จาหลายสาเหตุด้วยกัน หนึ่งในนั้นก็คือการมีปัญหาเหงื่อออกมากผิดปกติ คุณอาจจะเคยเห็นเพื่อนร่วมงานของคุณมีวงแขนเปียกชื้นชุ่ม หรือบางคนก็มีเหงื่อออกที่ฝ่ามือจนเปียกชื้นเวลาหยิบจับเอกสาร หรือเวลาจับมือเพื่อทักทายกัน ทั้งนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่เกี่ยวข้องกับอากาศ หรือความตื่นเต้น แต่เป็นความผิดปกติของการหลั่งเหงื่อ ซึ่งการหลั่งเหงื่อมากนอกจากจะก่อให้เกิดความเปียกชื้น ความเปรอะเปื้อนตามเสื้อผ้าเป็นวงด่าง หรือบางครั้งทำให้เสื้อผ้าเปื่อยขาดยุ่ย ที่สำคัญยังเป็นปัญหาเรื่องกลิ่นตัวจากการหมักหมมที่ตำแหน่งดังกล่าวได้
ภาวะเหงื่อออกมากผิดปกตินั้น เราแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิดคือ ภาวะเหงื่อมากทั่วตัว (Generalized) และภาวะเหงื่อออกมากเฉพาะที่ (Local)under-arm2
ภาวะเหงื่อออกมากเฉพาะที่(Local hyperhidrosis) โดยปกติเปิดจากการทำงานมากผิดปกติของต่อมเหงื่อตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ได้แก่ บริเวณฝ่ามือฝ่าเท้า , บริเวณรักแร้ , บริเวณใบหน้า เป็นต้น พบบริเวณฝ่ามือฝ่าเท้าประมาณ 60 – 70 % , บริเวณรักแร้พบได้ประมาณ 30 – 40 % โดยช่วงอายุที่พบได้บ่อยคือช่วงอายุประมาณ 20 – 30 ปี เพราะเป็นช่วงอายุที่ต่อมของร่างกายกำลังกระฉับกระเฉง โดยอาจจะพบได้โดยไม่ทราบสาเหตุ แต่อาจจะมีบางส่วนสัมพันธ์กับกรรมพันธุ์ โดยมีประวัติในครอบครัวหลายคนมีอาการเหงื่อออกมากผิดปกติเช่นกัน หรือบางครั้งน่าจะอธิบายได้ว่า เกิดจากความผิดปกติของการสั่งงานของสมองบางส่วน แต่ไม่มีรอยโรคเห็นได้ชัดเจน ซึ่งการรักษาก็จะมีทั้งวิธีผ่าตัด และ การไม่ผ่าตัด ซึ่งการรักษาโดยการผ่าตัด   ก็มีวิธีการผ่าตัดหลายวิธีด้วยกัน
1. การเลาะต่อมเหงื่อออกโดยตรง (เฉพาะที่บริเวณรักแร้)
2. โดยการใช้เครื่องมือดูดไขมันเพื่อดูดร่วมกับการขูดต่อมเหงื่อใต้ผิวหนังออก
3.  การตัดเส้นประสาทที่มาเลี้ยงต่อมเหงื่อเพื่อทำให้การสั่งงานลดลง (โดยมากใช้สำหรับกรณีเหงื่อออกมากที่ฝ่ามือ)
ทั้ง 3 วิธีนี้มักจะเก็บเอาไว้ใช้ในกรณีที่จำเป็นจริง ๆ เนื่องจากจะมีข้อแทรกซ้อนได้ค่อนข้างมากกว่าวิธีไม่ผ่าตัด เพราะอาจจะมีแผลเป็นบริเวณรักแร้ค่อนข้างมากได้ , อาจจะมีการติดเชื้อ , ขนร่วง ปวดหรือชาได้
การรักษาโดยการไม่ผ่าตัด นั้นมีหลายวิธีพอสรุปได้ดังนี้
1. การใช้น้ำยาทาเฉพาะที่ โดยทั่วไปตัวยาที่ใช้จะเป็นกลุ่มน้ำกรด , aldehydes , และกลุ่มที่เป็นเกลือของโลหะบางชนิด ที่นิยมคือเกลือ Aluminium chloride solution ยานี้ใช้ได้ค่อนข้างพอใจครับ แต่ผลการรักษาไม่ถาวรและไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับการทายาเป็นประจำ และในบางคนอาจมีปัญหาเรื่องผิวแห้งแตกเป็นแผลได้
2. การใช้ยากินเพื่อลดการทำงานของต่อมเหงื่อ ได้แก่ การใช้กลุ่มที่ต้านการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ หรือยากลุ่มลดความซึมเศร้า ก็มีรายงานว่าใช้ได้ผลพอสมควรครับ แต่อาจจะเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้เช่น ปากแห้ง ใจสั่น หรือการมองเห็นภาพไม่ชัดเจนได้ จึงมักจะไม่ใช้เป็นวิธีแรกสำหรับการรักษาภาวะนี้ แต่สามารถใช้เพื่อร่วมกับการรักษาโดยวิธีอื่น
3. การใช้วิธีไอออนโตโฟรีซีส มีผู้รายงานถึงการใช้วิธีนี้สำหรับรักษาภาวะเหงื่อออกมากจากฝ่ามือได้ผลพอสมควรครับ โดยการใช้มือแช่น้ำแล้วผ่านกระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ ประมาณ 30 นาทีต่อครั้ง สามารถทำให้เหงื่อออกน้อยลงได้ใน 3 – 4 วัน แต่ผลการรักษาก็ไม่สามารถอยู่ได้อย่างถาวร และยังต้องทำซ้ำหลาย ๆ ครั้ง เช่น ทำทุกวัน
4. การใช้ยาฉีด Botox เป็นวิธีการรักษาที่นับว่าใหม่ล่าสุดสำหรับการรักษาเหงื่อออกมากผิดปกติที่มีการรายงานว่าได้ผลดีน่าประทับใจ แพทย์มักจะพบว่าผู้ป่วยที่ได้รับการฉีด Botox ส่วนมากจะมีเหงื่อออกน้อยกว่าปกติในบริเวณที่ได้รับการฉีดยา ซึ่งสิ่งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากตัวยาออกฤทธิ์ป้องกันการสั่งงานของเส้นประสาทที่ไปยังต่อมเหงื่อที่ผิวหนังได้ด้วย ดังนั้น แพทย์จึงใช้ผลข้อนี้ในการรักษาภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติอย่างได้ผลดีในระยะต่อมาโดยเฉพาะที่ฝ่ามือและที่รักแร้ โดยอาศัยกลไกการสกัดกั้นการสั่งงานของเส้นประสาทไปยังต่อมเหงื่อ
ในวงการแพทย์ได้มีการใช้ Botox ฉีดเพื่อรักษากลิ่นตัวและกลิ่นรักแร้ตั้งแต่ปี 1997 โดยการฉีดที่รักแร้แต่ละข้างในขนาดที่เหมาะสม พบว่าสามารถทำให้เหงื่อแห้งสนิทได้ภายใน 7 วัน และผลการฉีดจะอยู่ต่อเนื่องประมาณ 4 – 12 เดือน จากนั้นจึงเริ่มมีเหงื่อออกมาอีกครั้ง ซึ่งผู้ป่วยก็สามารถกลับมารักษาโดยการฉีดยาซ้ำได้อีก
ส่วนผลข้างเคียงในการฉีดก็เช่นเดียวกับการฉีดยาทั่วไปครับ คือ มีอาการเจ็บจากการแทงเข็มเล็กน้อย แต่โดยมากหมอจะใช้ยาชาชนิดครีมทาบริเวณที่จะฉีดไว้ล่วงหน้า ซึ่งจะลดอาการเจ็บไปได้เกือบหมด แต่ทั้งนี้แพทย์ผู้ฉีดต้องมีความรู้ความเข้าใจในการบริหารยา Botox อย่างชำนาญพอสมควรจึงจะสามารถให้ยาได้อย่างถูกต้องและในปริมาณที่เหมาะสม แต่เมื่อรักษาแล้วพบว่าผลการรักษาค่อนข้างน่าพอใจทีเดียว และผลเสียก็เกิดขึ้นน้อยกว่าวิธีการผ่าตัดมาก จัดว่าเป็นทางเลือกใหม่อีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่มีปัญหาเหงื่อออกมากผิดปกติ กลิ่นตัว กลิ่นรักแร้แรงที่สามารถเลือกรักษาได้ในปัจจุบัน
การฉีด Botox นับเป็นวิธีการรักษากลิ่นตัว กลิ่นรักแร้ ที่ได้ผลดี และเห็นผลทันใจใน 1 – 3 วัน ปัญหาเหงื่อเปียกแฉะที่ฝ่ามือฝ่าเท้าและชุ่มใต้วงแขนจะหายไป ปัญหาวงแตกก็จะไม่เกิดขึ้น บุคลิกที่ดีและความมั่นใจจะคืนกลับมา